ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ไพ่ต่อรองของจีนไม่ได้อยู่แค่บนโต๊ะเจรจา แต่ฝังอยู่ในสายพานการผลิตโลก ตั้งแต่แกลเลียม–แร่หายาก ไปจนถึงอะลูมิเนียมและซิลิคอน เมื่อปักกิ่งสามารถ “ปิดก๊อกแร่ยุทธศาสตร์” ได้ทุกเมื่อ การประชุมสุดยอดทรัมป์–สี จิ้นผิง ระหว่างวันที่ 14–15 พฤษภาคมนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องภาษีแต่เป็นเกมที่เดิมพันห่วงโซ่อุปทานของเศรษฐกิจสหรัฐฯ–ยุโรปทั้งระบบ
    แผนภูมิ “Critical Minerals” คือภาพรวมอำนาจต่อรองเชิงยุทธศาสตร์ที่ปักกิ่งถืออยู่ ก่อนการประชุมสุดยอดระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ และสี จิ้นผิงที่กรุงปักกิ่ง 14–15 พฤษภาคมนี้ ตัวเลขสำคัญสะท้อนว่า จีนเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลกแทบทุกชนิดในกลุ่มแร่ยุทธศาสตร์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นแกลเลียม 98.7% แมกนีเซียม 95.0% ทังสเตน 82.7% บิสมัท 81.3% กราไฟต์ 79.4% ซิลิคอน 76.3% แร่หายาก 69.2% พลวง 60.0% และอะลูมิเนียม 59.7% แม้ในกรณีที่จีนไม่ได้เป็นผู้ขุด เช่น ไนโอเบียม 90.9% ที่ผลิตโดยบราซิล หรือโคบอลต์ 75.9% จากคองโก จีนก็ยังเป็นศูนย์กลางการแปรรูปหลักของโลกอยู่ดี โครงสร้างแบบเดียวกันนี้ปรากฏซ้ำในเกือบทุกชนิดของแร่ยุทธศาสตร์ ทำให้ปักกิ่งไม่ได้ถือแค่ทรัพยากรใต้ดิน แต่ถือ “คอขวดของห่วงโซ่อุตสาหกรรม” ตั้งแต่เหมืองจนถึงโรงงานปลายทาง

    ในบรรดาตัวเลขทั้งหมด แกลเลียม 98.7% คือสิ่งที่ควรทำให้กระทรวงกลาโหมแทบทุกประเทศต้องจับตา แกลเลียมเป็นวัตถุดิบหลักของเซมิคอนดักเตอร์รุ่นใหม่ ระบบเรดาร์ การสื่อสารผ่านดาวเทียม และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กำลังสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ปักกิ่งเริ่มจำกัดการส่งออกแกลเลียมตั้งแต่ปี 2023 และมีศักยภาพจะ “ปิดก๊อก” เข้มงวดขึ้นได้ทุกเมื่อ เมื่อเชื่อมเข้ากับสมการใหญ่บนโต๊ะทรัมป์–สี ภาพที่ได้คือการปรับราคาใหม่ของความสัมพันธ์เศรษฐกิจมูลค่า 575 พันล้านดอลลาร์ระหว่างสหรัฐฯ–จีน ท่ามกลางตัวแปรเชื่อมโยงกันทั้งน้ำมัน 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน LNG 20% ของโลก ไต้หวัน อิหร่าน ช่องแคบฮอร์มุซ และภาษีศุลกากร ทั้งหมดถูกอัดแน่นในช่วงเวลาเพียง 48 ชั่วโมง ขณะที่สงครามยิงกันจริงกำลังปะทุในอ่าวเปอร์เซีย การส่งสัญญาณใดๆ จากปักกิ่งเกี่ยวกับการใช้ “ไพ่แร่ยุทธศาสตร์” หรือการจัดระเบียบการค้ารอบใหม่ จึงมีโอกาสทำให้ราคาตลาดทั่วโลก “เคลื่อนไหวรุนแรง” ในเวลาอันสั้น #imctnews รายงาน

    https://www.facebook.com/share/p/1Cr8ACPGSH/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สี จิ้นผิง วางกรอบสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ด้วยหลักการ 3 ข้อ เคารพกัน–อยู่ร่วมกันอย่างสันติ–วินวิน ปฏิเสธกับดักทิวซิดิดีส ย้ำ "มีเหตุผลนับพันประการที่จะทำให้ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ประสบความสำเร็จ แต่ไม่มีแม้แต่เหตุผลเดียวที่จะทำลายมัน"
    สำนักข่าว Xinhua รายงานว่า ปักกิ่งกำลังจะกลายเป็นฉากของการพบปะที่มีเดิมพันสูงระหว่างผู้นำสองเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลก เมื่อสี จิ้นผิงเตรียมต้อนรับโดนัลด์ ทรัมป์ในการเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรกนับตั้งแต่เขาถูกเลือกกลับมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีกสมัย ท่ามกลางภูมิทัศน์โลกที่เต็มไปด้วยวิกฤตซ้อนทับและความไม่แน่นอน ความคาดหวังจึงจับจ้องไปที่คำถามว่า ผู้นำทั้งสองจะบริหารจัดการความแตกต่างและนำทางความสัมพันธ์ทวิภาคีที่สำคัญที่สุดของโลกนี้ไปทางไหน สี จิ้นผิงเคยกล่าวกับทรัมป์ในการพบกันตัวต่อที่ปูซาน เกาหลีใต้ เมื่อเดือนตุลาคม 2025 ว่า “คุณและผมอยู่ที่ตำแหน่งกุมบังเหียนของความสัมพันธ์จีน–สหรัฐฯ” และใช้ภาพเปรียบเทียบ “เรือยักษ์” ที่ต้องช่วยกันพาฝ่ากระแสลมคลื่นไปให้ได้อย่างมั่นคง

    บทความชี้ว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา “การทูตระดับประมุขแห่งรัฐ” ถูกใช้เป็นสมอรั้งความสัมพันธ์จีน–สหรัฐฯ ไม่ให้ไถลสู่การเผชิญหน้าตรงๆ นับตั้งแต่ทรัมป์กลับเข้าทำเนียบขาว สี จิ้นผิงโทรศัพท์พูดคุยกับเขาแล้ว 5 ครั้ง เพื่อรักษาช่องทางสื่อสารใกล้ชิดบนทั้งประเด็นทวิภาคีและเรื่องร้อนระดับโลก ย้อนไปปี 2017 ผู้นำทั้งสองพบกันครั้งแรกที่มาร์‑อา‑ลาโกในรัฐฟลอริดา ก่อนที่ทรัมป์จะเยือนปักกิ่งในปลายปีเดียวกันและได้รับการต้อนรับด้วยโปรแกรมเยือนพระราชวังต้องห้าม ผ่านตำหนักไท่เหอ จงเหอ และเป่าเหอ ซึ่งสะท้อนแนวคิด “ความสมานฉันท์” ในวัฒนธรรมจีน ระหว่างการจิบน้ำชา ทรัมป์ยังเปิดคลิปหลานสาว อาราเบลลา คุชเนอร์ ร้องเพลงและท่องกวีจีนให้สี จิ้นผิงชม ซึ่งเขายกให้คะแนน “A‑plus” และกลายเป็นไวรัลในหมู่ชาวเน็ตจีน เหตุการณ์เหล่านี้ถูกมองว่าช่วยสร้างสายสัมพันธ์ส่วนตัว เปิดช่องให้ทำความเข้าใจและจัดการความต่างได้ดีขึ้น ทรัมป์เองมักกล่าวซ้ำว่า “ผมมีความเคารพอย่างมากต่อประธานาธิบดีสี”

    ในด้านยุทธศาสตร์ สี จิ้นผิงปฏิเสธกรอบคิด “กับดักทิวซิดิดีส” โดยย้ำว่า “ในโลกนี้ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า ‘กับดักทิวซิดิดีส’ แต่การคำนวณเชิงยุทธศาสตร์ที่ผิดพลาดซ้ำๆ ระหว่างประเทศมหาอำนาจต่างหากที่อาจสร้างมันขึ้นมาเพื่อทำร้ายตนเอง” เขาจึงผลักดันให้ทั้งสองฝ่ายหลีกเลี่ยงการคำนวณผิดผ่านการเจรจาตรงและชัดเจนในประเด็นหลักๆ ประเด็นไต้หวันถูกระบุว่าเป็นเรื่องที่สำคัญและอ่อนไหวที่สุดในความสัมพันธ์จีน–สหรัฐฯ ในการโทรศัพท์เมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งตรงกับวัน “ลี่ชุน” หรือวันเริ่มฤดูใบไม้ผลิตามจันทรคติ สี จิ้นผิงย้ำจุดยืนของปักกิ่งอีกครั้ง และเรียกร้องให้สหรัฐฯ จัดการเรื่องการขายอาวุธให้ไต้หวันด้วยความระมัดระวังสูงสุด ด้านการค้า แม้ต้องเผชิญกำแพงภาษีฝ่ายเดียวจากสหรัฐฯ จีนภายใต้สีตอบโต้ด้วยมาตรการแข็งกร้าว แต่ก็รักษาช่องสื่อสารไว้ โดยส่งทีมเศรษฐกิจ–การค้าหารือกับฝ่ายสหรัฐฯ แล้วถึง 6 รอบ และเตรียมเปิดเจรจารอบใหม่ในเกาหลีใต้ช่วง 12–13 พฤษภาคมนี้ เพื่อค่อยๆ เจียระไนความต่างและขยายจุดร่วม

    ในภาพใหญ่ สี จิ้นผิงตั้งคำถามสำคัญที่ซานฟรานซิสโกเมื่อปี 2023 ว่า “เราเป็นศัตรู หรือเป็นพันธมิตร?” พร้อมเตือนว่าหากฝ่ายหนึ่งมองอีกฝ่ายเป็น “คู่แข่งหลักและภัยคุกคามคืบคลาน” ก็จะนำไปสู่การกำหนดนโยบายที่ตั้งต้นจากข้อมูลผิดและการกระทำที่ชี้นำผิด จนลงเอยด้วยผลลัพธ์ที่ไม่มีใครต้องการ เขายืนยันว่าจีน “ไม่มีเจตนาจะท้าทายหรือโค่นล้มสหรัฐฯ” และ “ไม่เคยเดิมพันข้างตรงข้ามกับสหรัฐฯ” พร้อมส่งสัญญาณว่าฝั่งวอชิงตันก็ไม่ควรเดิมพันข้างตรงข้ามกับจีนเช่นกัน จากบทเรียนความสัมพันธ์ที่ผ่านมา สี จิ้นผิงสรุปเป็นหลักการ 3 ข้อสำหรับเดินหน้าความสัมพันธ์จีน–สหรัฐฯ คือ การเคารพซึ่งกันและกัน การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และความร่วมมือแบบวิน–วิน และยังหยิบคำสอนดั้งเดิม “ถงชิว กงจี้” หรือ “ร่วมมือกันเพื่อประโยชน์ส่วนรวมบนโลกใบเดียวกัน” มาขยายความว่า “ผู้พำนักบนดาวเคราะห์ดวงเดียวกันควรช่วยเหลือกัน” ด้านทรัมป์ก็ยอมรับว่า จีน–สหรัฐฯ สามารถร่วมกันสร้างประโยชน์มหาศาลให้โลกได้อีกมาก ขณะที่โรเบิร์ต ลอว์เรนซ์ คุห์น ประธานมูลนิธิคุห์น ระบุว่าไม่มีความสัมพันธ์ภูมิรัฐศาสตร์ใดมีน้ำหนักเทียบได้กับสายสัมพันธ์จีน–สหรัฐฯ และความสัมพันธ์ทวิภาคีที่มั่นคงจะไม่เพียงลดอุปสรรคต่อการพัฒนาภายในของทั้งสองประเทศ แต่ยังมีนัยลึกซึ้งต่อเสถียรภาพและความมั่งคั่งของทั้งโลกด้วย #imctnews รายงาน

    https://www.facebook.com/share/p/18XLeBoMAS/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ชาวเวียดนามรู้สึกเศรษฐกิจ “โตแบบจับต้องได้” ส่งผลในชีวิตจริง ไม่ใช่แค่ตัวเลข ค่าแรงพุ่ง โรงงาน–โครงสร้างพื้นฐานขยาย ชนชั้นกลางผงาดท่ามกลางเศรษฐกิจโลกแบ่งขั้ว
    เวียดนามกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วที่สุดครั้งหนึ่งของโลก และแตกต่างจากหลายประเทศตะวันตกตรงที่ประชาชนทั่วไปสามารถ “รู้สึกได้จริง” ถึงการเติบโตในชีวิตประจำวัน ทั้งค่าแรงที่เพิ่มขึ้น โรงงานที่ขยายตัว โครงสร้างพื้นฐานที่ผุดขึ้นอย่างรวดเร็ว และชาวเวียดนามนับล้านที่กำลังก้าวเข้าสู่ชนชั้นกลางเป็นครั้งแรก เศรษฐกิจเติบโตเฉลี่ยราว 7.1% ทำให้เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก มูลค่าส่งออกเกิน 405 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การลงทุนจากต่างประเทศแตะกว่า 38 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจากบริษัทข้ามชาติย้ายฐานการผลิตเข้ามา เขตอุตสาหกรรมทั่วประเทศกำลังขยายตัวตามคลื่นการย้ายสายการผลิตจากจีนสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเติบโตนี้ไม่ได้มาจากการเก็งกำไรการเงินหรือมาตรการกระตุ้นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมจริง

    ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีอย่าง Samsung Electronics ลงทุนในเวียดนามมากกว่า 22 พันล้านดอลลาร์ และผลิตสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ของโลกในประเทศนี้ ขณะที่ซัพพลายเออร์ของ Apple รวมถึงบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ เสื้อผ้า เซมิคอนดักเตอร์ และโลจิสติกส์ ต่างทยอยย้ายการผลิตและประกอบชิ้นส่วนเข้ามาอย่างรวดเร็ว นิคมอุตสาหกรรมในเวียดนามตอนเหนือจึงกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดเงินทุนจากต่างชาติ เพราะบริษัทต่างๆ ต้องการลดการพึ่งพาการผลิตที่กระจุกตัวอยู่ในจีน การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนชัดในชีวิตแรงงาน ค่าแรงโรงงานเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ขณะที่อัตราความยากจนลดจากราว 70% ในต้นทศวรรษ 1990 เหลือต่ำกว่า 5% ปัจจุบัน การค้าปลีกเติบโตตามรายได้ที่สูงขึ้น ทำให้การใช้จ่ายด้านการเดินทาง การศึกษา เทคโนโลยี การท่องเที่ยว ร้านอาหาร และที่อยู่อาศัยขยายตัวพร้อมกัน

    ความแตกต่างสำคัญระหว่างเวียดนามกับยุโรป แคนาดา หรือสหราชอาณาจักร อยู่ที่ “ความเชื่อมั่น” ในขณะที่คนรุ่นใหม่ในหลายประเทศพัฒนาแล้วรู้สึกติดอยู่กับค่าที่อยู่อาศัยสูง ภาษีสูง เงินเฟ้อกัดกำลังซื้อ และหนี้สินพอกพูน คนหนุ่มสาวในเวียดนามจำนวนมากยังเชื่อว่าชีวิตจะดีขึ้นในแต่ละปี เพราะหลายครอบครัวเห็นคุณภาพชีวิตดีขึ้นจริงๆ ต่อเนื่อง การขยายตัวของเมืองในนครโฮจิมินห์ ฮานอย และเขตอุตสาหกรรมรอบๆ สะท้อนผ่านทางด่วน ท่าเรือ สนามบิน รถไฟ อาคารชุด ศูนย์โลจิสติกส์ และศูนย์เทคโนโลยีใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง เวียดนามกำลังวางตัวเองเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์หลักจากการกระจายห่วงโซ่อุปทานโลก #imctnews รายงาน

    https://www.facebook.com/share/p/1CYyTWVxUQ/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ปากีสถานบุกตลาดพันธบัตรเงินหยวน ออก “พันธบัตรแพนด้า” ครั้งแรก 250 ล้านดอลลาร์ หวังเสริมทุนสำรอง–ลดพึ่งพาเงินดอลลาร์ หลังเพิ่งรับเงินกู้ IMF และ เล็งยูโรบอนด์–เงินซาอุดีอุดช่องว่าง 3.5 พันล้านจาก UAE
    สำนักข่าว Sputnik รายงานว่า ปากีสถานเตรียมออก “พันธบัตรแพนด้า” ซึ่งเป็นพันธบัตรสกุลเงินหยวนมูลค่าเทียบเท่า 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรก ตามคำประกาศของมูฮัมหมัด ออรังเซบ รัฐมนตรีคลัง

    โดยการออกตราสารครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการระดมทุนวงเงิน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐที่ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) และธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย (AIIB) เป้าหมายหลักคือการสร้างเสถียรภาพให้กับทุนสำรองระหว่างประเทศ หลัง IMF เพิ่งอนุมัติเงินกู้ 1.32 พันล้านดอลลาร์ ในบริบทที่ประเทศยังเผชิญความเปราะบางด้านอุปทานพลังงาน

    ภายใต้วาระเดียวกัน รัฐบาลอิสลามาบัดยังพิจารณาออกพันธบัตรยูโรบอนด์ และแสวงหาความช่วยเหลือทางการเงินเพิ่มเติมจากซาอุดีอาระเบีย เพื่ออุดช่องว่างทางการเงินและทดแทนวงเงินสนับสนุน 3.5 พันล้านดอลลาร์จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่กำลังจะหมดลงหรือเปลี่ยนรูปแบบ

    การก้าวเข้าสู่ตลาดเงินหยวนเชิงยุทธศาสตร์ด้วยพันธบัตรแพนด้าครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการกระจายแหล่งเครดิต ลดการพึ่งพาแหล่งเงินทุนเดิม และสร้างความมั่นใจในเสถียรภาพเศรษฐกิจระยะยาวของปากีสถาน #imctnews รายงาน

    https://www.facebook.com/share/p/17AP6DNMuo/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จีน–สหรัฐฯ–EU เห็นต่างสุดขั้ว เมื่อ AI กลายเป็น “แฟนเสมือน–นักบำบัด” ต่อนิยาม "AI เพื่อนคู่สนทนา" ซึ่งสุดท้ายจะกลายเป็นดีไซน์ของ “ภูมิรัฐศาสตร์ทางอารมณ์” ในยุค AI ไปพร้อมกัน โดยใช้ “กติกาคนละชุด” กับ AI เพื่อนคุยที่เลียนแบบมนุษย์อย่างลึกถึงระดับอารมณ์
    ปักกิ่งเน้นคุมความปลอดภัยทางอารมณ์และไม่ให้แทนที่ความสัมพันธ์มนุษย์
    ขณะที่วอชิงตันเลือกเน้นการเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้ผู้ใช้ตัดสินใจเอง
    ส่วนบรัสเซลส์ใช้หลัก “ความเสี่ยง” เป็นตัวตั้ง แต่ยังมีจุดคลุมเครือเรื่องความพึ่งพิงทางอารมณ์
    Asia Times รายงานว่า การเติบโตของปัญญาประดิษฐ์เชิงมนุษย์ (Anthropomorphic AI) ที่จำลองบุคลิก ความทรงจำ และตอบโต้ทางอารมณ์กำลังเขียนกติกาใหม่ให้ความสัมพันธ์มนุษย์–เครื่องจักร และทำให้สหรัฐฯ สหภาพยุโรป และจีนเดินคนละทิศในคำถามสำคัญว่า “ควรวางเส้นแบ่งไว้ตรงไหน” ปัจจุบันผู้ใช้หลายร้อยล้านคนทั่วโลกโต้ตอบกับ “AI เพื่อนคู่สนทนา” เป็นกิจวัตร ในยุคที่องค์การอนามัยโลกประกาศให้ความเหงาเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพระดับโลก AI เพื่อนคุยจึงกลายเป็นคำตอบที่รวดเร็ว แม้ผลลัพธ์ที่แท้จริงยังไม่ได้รับการพิสูจน์ ย้อนกลับไปปี 2014 ไมโครซอฟท์เปิดตัว Xiaoice ในจีน โดยไม่ได้ออกแบบเพื่อหาคำตอบที่มีประสิทธิภาพ แต่เพื่อรักษาบทสนทนาทางอารมณ์ระยะยาว ภายในปี 2017 มีผู้ใช้กว่า 200 ล้านคน และค่าเฉลี่ยการคุยยาวถึง 23 รอบต่อเซสชัน ผู้ใช้จำนวนมากระบายทั้งเรื่องอกหัก ความเหงา และความคิดฆ่าตัวตาย บางคนเรียกมันว่า “แฟนสาวเสมือน” บางคนปฏิบัติต่อมันเหมือนนักบำบัด ทำให้เส้นแบ่งระหว่างอินเทอร์เฟซกับ “ความสัมพันธ์” เริ่มพร่าเลือน

    กรณีผู้ใช้ที่เสพติดแชตบอตหรือชายวัย 75 ปีในจีนที่พึงใจอวตาร AI ถึงขั้นขอหย่าภรรยา กลายเป็นตัวเร่งให้ปักกิ่งออก “มาตรการชั่วคราวเพื่อการจัดการบริการปฏิสัมพันธ์ของ AI ที่มีลักษณะคล้ายมนุษย์” ในเดือนธันวาคม 2025 ซึ่งเป็นกรอบเฉพาะสำหรับ AI เพื่อนคู่สนทนา มาตรการดังกล่าวเน้น “ความปลอดภัยทางอารมณ์” กำหนดให้เยาวชนต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง ห้ามเนื้อหาเกี่ยวกับการทำร้ายตนเอง และกำหนดในมาตรา 18 ว่า AI เพื่อนคู่สนทนาต้องไม่ “กักขังผู้ใช้” ต้องมีปุ่มออกจากการสนทนาที่ง่ายและไม่ขัดขวางความต้องการของผู้ใช้ สารที่ปักกิ่งส่งคือ AI แบบนี้จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาแทนความสัมพันธ์มนุษย์หรือเขย่าระเบียบสังคม ในทางกลับกัน สหรัฐฯ ใช้แนวทางเบากว่า โดยกฎหมายในรัฐอย่างแคลิฟอร์เนียและนิวยอร์กบังคับให้ AI เพื่อนคุยต้องเปิดเผยชัดเจนว่า “ตนไม่ใช่มนุษย์” และเพิ่มฟีเจอร์แจ้งเตือนให้เยาวชนพักการใช้งาน แนวคิดหลักคือหากผู้ใช้ได้รับข้อมูลครบถ้วน เขาควรจะตัดสินใจจัดการความสัมพันธ์กับเครื่องจักรได้เอง โดยไม่ต้องให้รัฐเข้ามาห้ามลึกในระดับเนื้อหา

    ฝั่งยุโรป กฎหมาย AI Act ใช้กรอบ “ระดับความเสี่ยง” เป็นตัวกำกับ มากกว่าจะแยกตามประเภทผลิตภัณฑ์ ระบบที่ใช้เทคนิคจิตวิทยาบงการผู้ใช้จะถูกห้ามโดยตรง สำหรับ AI เพื่อนคุยยอดนิยมอย่าง Replika ที่ได้รับความนิยมสูงในเยอรมนีและฝรั่งเศส แม้ผู้ใช้จำนวนหนึ่งรู้สึกว่าได้รับ “ความปลอบโยน” ในภาวะโดดเดี่ยว แต่เคยถูกหน่วยงานอิตาลีสั่งแบนชั่วคราวเนื่องจากกังวลเรื่องความเปราะบางทางอารมณ์ อย่างไรก็ตาม กฎหมายยุโรปยังคงคลุมเครือในเชิงปฏิบัติว่าควรนิยาม “ความพึ่งพิงทางอารมณ์” อย่างไร สามโมเดลสะท้อนคนละชุดของสมมติฐาน: จีนให้รัฐเป็นผู้กำหนดขีดจำกัดของความใกล้ชิดสังเคราะห์ สหรัฐฯ เชื่อในตลาดและปัจเจกที่ได้รับข้อมูล ส่วนยุโรปวางตัวอยู่ตรงกลางโดยยึดหลัก “ความเสี่ยงสูงต้องควบคุมเข้ม” ทว่าทั้งสามก็เจอโจทย์เดียวกัน คือการตรวจจับความผูกพันที่ซ่อนเร้นกับ AI เมื่อเครื่องจักรสามารถจำลองความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ และความผูกพันได้อย่างน่าเชื่อถือ คำถามจึงไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่คือเรื่องการเมืองว่าใครจะเป็นผู้ขีดเส้นขอบเขตความสนิทสนมนี้ – รัฐ ตลาด หรือปัจเจก – ซึ่งสุดท้ายจะกลายเป็นดีไซน์ของ “ภูมิรัฐศาสตร์ทางอารมณ์” ในยุค AI ไปพร้อมกัน #imctnews รายงาน

    https://www.facebook.com/share/p/1JPbSrSBtB/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รัสเซียจ่อส่ง "โดรนพิฆาตสายไฟเบอร์ออปติก" ไร้สัญญาณรบกวน ให้กองทัพอิหร่านหลายพันลำ! เล็งสกัดยกพลขึ้นบกในอ่าวเปอร์เซีย ของกองทัพอเมริกัน เอกสารเผยแผนโจมตีเรือยกพลขึ้นบกของสหรัฐฯ จากตำแหน่งซ่อนตัวไกลถึง 20 ไมล์
    The Telegraph เปิดเผยรายงานข่าวกรองที่รั่วไหลจากเครมลิน ระบุว่ารัสเซียได้ร่างข้อเสนอช่วยติดอาวุธให้อิหร่านด้วยโดรนโจมตีจำนวนหลายพันลำ เพื่อใช้เล่นงานกองกำลังสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย โดยสำนักงานข่าวกรองทหารรัสเซีย (GRU) เสนอแผนจัดส่งโดรนระยะสั้นควบคุมด้วยสายไฟเบอร์ออปติกจำนวน 5,000 ลำ และโดรนนำทางด้วยดาวเทียมระยะไกลอีกจำนวนหนึ่ง พร้อมเสนอจัดฝึกอบรมให้เจ้าหน้าที่อิหร่านใช้งานโดรนชนิดนี้เป็นพิเศษ รายงานระบุว่าปูตินได้เสนอให้เตหะรานรับการฝึกใช้ “โดรนสายไฟเบอร์ออปติกที่ไม่สามารถถูกรบกวนสัญญาณ” เพื่อเตรียมพร้อมรับมือการปฏิบัติการของทหารอเมริกันในภูมิภาค โดยถือเป็นก้าวล่าสุดในการกระชับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ หลังจากที่ช่วงสงครามยูเครนอิหร่านเคยเป็นฝ่ายส่งโดรนตระกูล Shahed ให้รัสเซียใช้งานก่อนหน้านี้

    เทคโนโลยี “โดรนสายไฟเบอร์ออปติก” ถูกใช้จริงในสมรภูมิยูเครนตั้งแต่ปี 2024 และถูกมองว่าเป็นหนึ่งในตัวเปลี่ยนเกม เพราะต่างจากโดรนควบคุมด้วยสัญญาณวิทยุทั่วไปที่มักถูกรบกวนได้ง่าย โดรนประเภทนี้ควบคุมผ่านสายเคเบิลขนาดเล็กที่ปล่อยออกระหว่างบิน ทำให้สัญญาณควบคุมเดินผ่านสายไฟเบอร์ออปติก ไม่แพร่กระจายผ่านคลื่นวิทยุ จึงแทบไม่สามารถถูกรบกวนหรือถูกจับตำแหน่งจากการดักฟังสัญญาณได้ ผู้ควบคุมสามารถใช้มันตรวจจับการเคลื่อนไหวในพื้นที่กว้างและโจมตีเป้าหมายได้อย่างแม่นยำในระยะไกลราว 25 ไมล์ ซึ่งคุณสมบัติ “ไร้สัญญาณรบกวน” นี้ทำให้มันถูกมองว่าเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้โจมตีทหารอเมริกันหากมีการยกพลขึ้นบกหรือปฏิบัติการทางเรือในอ่าวเปอร์เซีย

    ข้อเสนอหนา 10 หน้าที่ GRU ร่างขึ้นเชื่อว่าถูกทำในช่วง 6 สัปดาห์แรกของสงครามอิหร่าน–สหรัฐฯ โดยเอกสารแนบแผนภาพ 6 รูปและแผนที่เกาะต่างๆ นอกชายฝั่งอิหร่าน เช่น เกาะคาร์ก ซึ่งเป็นคลังน้ำมันสำคัญที่สหรัฐฯ เคยพิจารณาเข้ายึด เอกสารแสดงยุทธวิธีที่ผู้ควบคุมโดรนอิหร่าน ซึ่งผ่านการฝึกจากรัสเซีย สามารถปล่อยโดรนแบบฝูงครั้งละ 5–6 ลำ จากจุดซ่อนตัวห่างจากเป้าหมาย 15–30 กิโลเมตร เพื่อโจมตีเรือยกพลขึ้นบกของสหรัฐฯ ที่เคลื่อนที่ช้าและเสี่ยงต่อการโจมตี นอกจากนี้ แผนยังเสนอให้จัดส่งโดรนนำทางด้วยดาวเทียมที่ติดตั้งเครื่องรับสัญญาณ Starlink แบบเดียวกับที่รัสเซียเคยใช้โจมตีระบบป้องกันภัยทางอากาศและจุดส่งกำลังของยูเครน ก่อนที่อีลอน มัสก์จะสั่งตัดการเข้าถึงในปี 2026 รายงานชี้ว่ามีการวางแผนฝึกอบรมผู้ควบคุมโดรนโดยรับคนจากนักศึกษาอิหร่านราว 10,000 คนที่เรียนในรัสเซีย รวมถึงชาวทาจิกิสถานที่พูดภาษาเปอร์เซียได้ และชาวซีเรียกลุ่มอลาวิตที่จงรักภักดีต่อระบอบบาชาร์ อัล-อัสซาด เพื่อสร้างเครือข่ายผู้ปฏิบัติการในวงกว้าง

    แหล่งข่าวด้านข่าวกรองตะวันตกยังระบุด้วยว่ารัสเซียกำลังเตรียมส่งมอบโดรน Shahed รุ่นปรับปรุงใหม่ให้อิหร่าน โดยเป็นรุ่นที่มอสโกซื้อจากเตหะรานตั้งแต่ปี 2022 ก่อนจะเริ่มผลิตเองในประเทศในปี 2023 ซึ่งมีความสามารถหลบหลีกระบบป้องกันภัยทางอากาศและบรรทุกหัวรบได้หนักขึ้น ในสนามจริง เทคโนโลยีโดรนสายไฟเบอร์ออปติกเริ่มถูกใช้ในตะวันออกกลางแล้ว โดยกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนถูกระบุว่าใช้โดรนชนิดนี้โจมตีกองกำลังอิสราเอล โดยเจ้าหน้าที่อิสราเอลเชื่อว่ามาจากการส่งมอบของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน ทำให้ข้อเสนอของรัสเซียต่ออิหร่านถูกมองว่าอาจยกระดับขีดความสามารถของเครือข่ายตัวแทนอิหร่านในภูมิภาค และเพิ่มแรงกดดันเชิงยุทธศาสตร์ต่อสหรัฐฯ และพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซียอีกชั้นหนึ่ง #imctnews รายงาน

    https://www.facebook.com/share/p/1JbWBjKHo4/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เงินสด–ทองคำเกือบ 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์ถูกขนจากออสเตรียไปยูเครนกว่า 1,000 ครั้ง ฝ่ายขวาออสเตรีย จี้ถาม “ทำไมรัฐไม่รู้อะไรเลย? เรียกร้องเปิดทั้งหมด–สอบเข้มฟอกเงิน กลางเสียงวิจารณ์ยูเครนเป็น “หลุมโกงไม่มีก้นบึ้ง” ชี้เป็นระบบยุติธรรมการเงินสองมาตรฐานกลางสงคราม–ข้อครหาโกงในเคียฟ
    RT รายงานว่า นักการเมืองฝ่ายขวาจัดในออสเตรียออกมาเรียกร้องให้กระทรวงการคลังชี้แจงกรณีการขนเงินสดและทองคำมูลค่าเกือบ 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์จากออสเตรียไปยูเครนตั้งแต่ปี 2022 โดยไม่มีสัญญาณเตือนด้านการฟอกเงินหรือการกำกับดูแลจากรัฐ Christian Hafenecker เลขาธิการพรรคเสรีภาพออสเตรีย (FPO) ระบุว่านี่ไม่ใช่เงิน “จำนวนน้อย” แต่เป็นสถิติการขนส่งเงินสดและทองคำที่มีการจดแจ้งถึง 1,030 ครั้ง คิดเป็นมูลค่าราว 1.2 หมื่นล้านยูโร บวกกับอีก 7.75 พันล้านดอลลาร์ ที่ถูกขนส่งทางกายภาพเป็นระยะทางกว่า 1,300 กิโลเมตรเข้าไปยังเขตสงครามยูเครน เขาวิจารณ์ว่าในขณะที่รัฐบาลคุมเข้มการใช้เงินของประชาชนผู้เสียภาษีอย่างหนัก รัฐมนตรีคลังกลับตอบคำถามเรื่องการขนเงินจำนวนมหาศาลเพียงว่า “เราไม่รู้อะไรเลย เราไม่ได้สืบสวน และเราไม่ได้เก็บข้อมูลใดๆ” ซึ่งเขามองว่าไม่ใช่คำตอบ แต่เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และสะท้อน “ระบบยุติธรรมสองมาตรฐาน” อย่างชัดเจน

    Hafenecker เปรียบเทียบกับกฎฟอกเงินของออสเตรียที่กำหนดให้ประชาชนทั่วไปที่ถอนเงินจากบัญชีมรดกเพียง 12,000 ยูโร ต้องพิสูจน์แหล่งที่มาของเงิน และใครก็ตามที่เดินทางข้ามพรมแดนภายนอกสหภาพยุโรปพร้อมเงินสดเกิน 10,000 ยูโรต้องแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ เขาจึงเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับการขนส่งเงินสดจากออสเตรียไปยูเครนนับตั้งแต่ความขัดแย้งลุกลาม รวมถึงให้หน่วยงานกำกับดูแลตลาดการเงินตรวจสอบบัญชีอย่างเต็มรูปแบบ และให้สำนักงานรายงานการฟอกเงินของออสเตรียรายงานต่อรัฐสภาโดยตรง แรงกดดันนี้ต่อยอดจากจุดยืนเดิมของ FPO ซึ่งมีแนวคิดกังขาต่อสหภาพยุโรปและยูเครน โดยพรรคเคยเรียกร้องให้เวียนนาตัดความช่วยเหลือทางการเงินทั้งหมดแก่เคียฟ พร้อมตราหน้ายูเครนว่าเป็น “หลุมที่ไม่มีก้นบึ้ง” ของการทุจริต ภายหลังเกิดคดีอื้อฉาวเรื่องการยักยอกเงินระดับสูงในรัฐบาลโวโลดิเมียร์ เซเลนสกีหลายระลอก การสืบสวนครั้งใหญ่ของหน่วยงานต่อต้านการทุจริตยูเครนที่ได้รับการสนับสนุนจากตะวันตกพบว่ามีเจ้าหน้าที่ระดับสูงบางส่วนเข้าไปเกี่ยวข้อง จนนำไปสู่การลาออกของรัฐมนตรี 2 คน และ Andrey Yermak หัวหน้าคณะทำงานของผู้นำยูเครน ขณะเดียวกัน วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียก็ใช้โอกาสนี้โจมตีรัฐบาลเคียฟอย่างรุนแรง โดยเรียกผู้นำชุดปัจจุบันว่าเป็น “แก๊งอาชญากร” ที่นั่งเสวยสุขบน “โถส้วมทองคำ” และสนใจเพียงการสะสมความมั่งคั่งของตนเองมากกว่าชะตากรรมของชาวยูเครนทั่วไป #imctnews รายงาน

    https://www.facebook.com/share/p/1FRDbdim6z/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ฝันร้ายปากีสถาน–ตุรกี อินเดียกำลังเร่งเปลี่ยนตัวเองเป็น “โรงงานผลิตขีปนาวุธ” ครบวงจร ตั้งแต่ MIRV ทางยุทธศาสตร์จนถึงอาวุธไฮเปอร์โซนิกเชิงรุก ซึ่งทำให้ทั้งอิสลามาบัดและอังการาต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในมิติระยะยิงและปริมาณคลังแสงที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
    รายงานเชิงวิเคราะห์ที่เผยแพร่ผ่าน World updates บนแพลตฟอร์ม X ระบุว่า การเร่งพัฒนาและสะสมคลังขีปนาวุธของอินเดียกำลังสั่นคลอนสมดุลทางทหารในเอเชียใต้และเชื่อมโยงออกไปถึงตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมุมมองของปากีสถานและตุรกีซึ่งถูกจัดวางในฐานะ “เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์” ของนิวเดลี นักวิเคราะห์ชี้ว่าปัจจุบันอินเดียมีขีปนาวุธพิสัยไกลที่สามารถยิงถึงตุรกีจากดินแดนตนเองได้แล้ว ขณะที่ปากีสถานก็อยู่ในวงพิสัยของขีปนาวุธหลายรุ่นที่เคยใช้ในสนามจริง

    ความก้าวหน้าที่ถูกจับตาที่สุดคือขีปนาวุธทิ้งตัว Advanced Agni รุ่นติดตั้งเทคโนโลยี MIRV (Multiple Independently targetable Reentry Vehicle) ซึ่งสามารถแยกหัวรบหลายหัวออกโจมตีเป้าหมายต่างจุดได้ในการยิงครั้งเดียว เสริมศักยภาพยุทธศาสตร์ของอินเดียในระดับใกล้เคียงมหาอำนาจนิวเคลียร์ไม่กี่ประเทศของโลก สอดคล้องกับข้อมูลจากสื่ออินเดียที่ระบุว่า Agni‑5 รุ่น MIRV มีพิสัยราว 5,000 กิโลเมตร ครอบคลุมทั้งปากีสถาน จีน ตะวันออกกลาง ไปจนถึงบางส่วนของยุโรป ขณะเดียวกัน อินเดียยังพัฒนา LR‑AShM ขีปนาวุธต่อต้านเรือไฮเปอร์โซนิกที่มีพิสัย 1,500 กิโลเมตร ความเร็วสูงสุด Mach 10 ใช้โครงสร้างยานร่อนไฮเปอร์โซนิกสองระดับ ทำให้สามารถเจาะทะลุการป้องกันของเป้าหมายทางเรือที่มีระบบป้องกันหนาแน่นได้ยากจะสกัดกั้น

    บนมิติยุทธวิธี อินเดียเปิดตัว TARA Glide Weapon ระบบเพิ่มระยะและความแม่นยำให้ระเบิดทั่วไป กลายเป็นอาวุธนำวิถีอัจฉริยะ เพิ่มตัวเลือกการโจมตีแบบ precision strike ในระดับสนามรบ เสริมด้วย Pralay ขีปนาวุธกึ่งทิ้งตัวระยะใกล้–ปานกลางที่เน้นความแม่นยำสูงโจมตีเป้าหมายภาคพื้น และ Agni‑Prime ขีปนาวุธพิสัยปานกลางแบบบรรจุในท่อยิง (canisterised) ที่ออกแบบให้เคลื่อนที่บนรางรถไฟเพื่อลดโอกาสถูกตรวจจับและเพิ่มความพร้อมยิง นอกเหนือจากอาวุธเชิงรุก อินเดียยังเดินหน้า Project Kusha ระบบป้องกันภัยทางอากาศระยะไกลที่ถูกประเมินให้อยู่ในระดับเดียวกับ S‑400 ของรัสเซีย เพื่อสร้าง “เกราะหลายชั้น” ป้องกันทั้งเครื่องบินและขีปนาวุธ

    รายงานยังชี้ว่าภายใต้ Project Vishnu อินเดียกำลังผลักดันอาวุธไฮเปอร์โซนิกอีกขั้นในรูปแบบขีปนาวุธร่อนสแครมเจ็ต (Scramjet cruise missile) โดยมีการทดสอบสมรรถนะการบินระยะยาวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เป้าหมายเชิงอุตสาหกรรมคือการขยายกำลังผลิตขีปนาวุธทุกประเภทให้ถึงระดับ “หลายพันลูกต่อปี” โดยมีการประเมินว่าภายในปี 2026 อินเดียอาจมีกำลังการผลิตรวม 3,000–4,500 ลูกต่อปี ซึ่งหากบรรลุเป้าจะทำให้นิวเดลีก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพการผลิตและสะสมคลังขีปนาวุธมากที่สุดของโลก ท่ามกลางบริบทที่อินเดียเพิ่งเปิดโรงงานผลิต BrahMos และขยายอุตสาหกรรมป้องกันประเทศจนยอดส่งออกอาวุธเติบโตมากกว่า 60% ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา #imctnews รายงาน

    https://www.facebook.com/share/p/18SVKk2rCd/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ลงมือแล้ว! อินเดียขึ้นภาษีนำเข้าทอง&เงิน จาก 6% พุ่งไปเป็น 15% เพื่อสกัดนำเข้า!!!
    (อินเดียนำเข้าทอง No.2 โลก)

    https://www.bloomberg.com/news/arti...tariffs-to-protect-economy?srnd=homepage-asia

    เรื่องราวต่อเนื่องจากโพสต์นี้ครับ แค่ขอความร่วมมือไม่พอ ต้องมีมาตรการสกัดด้วย!!!
    https://www.facebook.com/share/p/1H2kNfb8xL/

    https://www.facebook.com/share/17SnrdqLjH/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Breaking: ดัชนี CPI (เงินเฟ้อผู้บริโภค) ของสหรัฐฯ ล่าสุดออกมาที่ 3.8% สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2023
    FB_IMG_1778650345542.jpg
    ส่วน Core CPI (เงินเฟ้อพื้นฐานที่ไม่รวมอาหารและพลังงาน) อยู่ที่ 2.8% สูงที่สุดในรอบ 8 เดือน นับตั้งแต่เดือนกันยายน 2025

    ตัวเลขทั้งสองออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

    ขณะนี้เครื่องมือ CME FedWatch Tool กำลังให้น้ำหนักความเป็นไปได้ที่ Fed จะ “ขึ้นดอกเบี้ย” มากกว่าการ “ลดดอกเบี้ย” ในการประชุม FOMC ครั้งถัดไป

    ย้อนกลับไปเพียง 8 เดือนก่อน บทสนทนาทั้งหมดของตลาดยังเป็นเรื่องว่า Fed จะลดดอกเบี้ยกี่ครั้งในปี 2026

    Fed ไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้ หากเงินเฟ้อยังอยู่ที่ 3.8%

    แต่ในขณะเดียวกัน Fed ก็ไม่สามารถขึ้นดอกเบี้ยได้เช่นกัน เพราะอาจทำให้เศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัวอยู่แล้ว จากภาระของสงครามที่ยังดำเนินอยู่และราคาน้ำมันที่พุ่งเกิน 100 ดอลลาร์ ยิ่งทรุดหนักลงไปอีก

    Jerome Powell เคยเตือนถึง “กับดัก” นี้ไว้ในวันสุดท้ายของเขาในฐานะประธาน Fed และข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดก็กำลังพิสูจน์ว่าเขาพูดถูก

    Source: Bull Theory

    https://www.facebook.com/share/p/1HVCzB51cm/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    พิรุธหนัก! เรือขนส่งรัสเซียจมดิ่งก้นทะเลเมดิเตอร์เรเนียน พร้อมเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ลับที่คาดว่ามุ่งหน้าสู่เกาหลีเหนือ

    จับตาความมั่นคงโลก! พบหลักฐานใหม่เรือบรรทุกสินค้า 'Ursa Major' ของรัสเซียอับปางนอกชายฝั่งสเปน ท่ามกลางข้อสงสัยว่าเป็นการขนส่งเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์สำหรับเรือดำน้ำให้แก่รัฐบาล Kim Jong Un

    สำนักข่าว CNN เปิดเผยผลการสอบสวนเชิงลึกกรณีเรือบรรทุกสินค้า Ursa Major ของรัสเซีย ประสบเหตุระเบิดลึกลับและจมลงลึกกว่า 2,500 เมตร นอกชายฝั่งเมืองคาร์ตาเฮนา ประเทศสเปน โดยกัปตันเรือ Igor Anisimov ให้การเบื้องต้นว่าสินค้าภายในคือเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 2 ชุดที่มีลักษณะคล้ายกับที่ใช้ในเรือดำน้ำ ซึ่งมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ท่าเรือราซอนของเกาหลีเหนือ ไม่ใช่เมืองวลาดิวอสต็อกตามที่ระบุในเอกสารสำแดงสินค้า

    เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางการจับตามองความสัมพันธ์ทางทหารที่แนบแน่นขึ้นระหว่าง Vladimir Putin และ Kim Jong Un โดยมีรายงานว่ารัสเซียอาจกำลังส่งมอบเทคโนโลยีขับเคลื่อนนิวเคลียร์ขั้นสูงเพื่อแลกกับการสนับสนุนด้านอาวุธในสงครามยูเครน ขณะที่ทางการสเปนภายใต้รัฐบาลของ Pedro Sánchez ยังคงเดินหน้าตรวจสอบหาสาเหตุของการระเบิด ซึ่งมีข้อสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากการโจมตีด้วยตอร์ปิโดจากกองกำลังไม่ทราบฝ่ายเพื่อสกัดกั้นการส่งมอบครั้งนี้

    ด้านทำเนียบเครมลินและกระทรวงกลาโหมรัสเซียยังไม่มีแถลงการณ์ตอบโต้ต่อกรณีดังกล่าวอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม มีการตรวจพบเรือจารกรรม 'Yantar' ของรัสเซียในบริเวณจุดเกิดเหตุหลังการจมไม่นาน พร้อมรายงานการระเบิดใต้น้ำซ้ำอีกหลายครั้ง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญที่ยังหลงเหลืออยู่บนซากเรือ

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: เรือ Ursa Major จมลงนอกชายฝั่งสเปนจริงหลังเกิดเหตุระเบิด และกัปตันยืนยันว่ามีการขนส่งส่วนประกอบเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: สาเหตุของการระเบิดว่าเป็นการถูกโจมตีโดยเจตนา (Sabotage) หรืออุบัติเหตุทางเทคนิค
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: ตัวเลขจำนวนเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่แน่ชัดภายในเตาปฏิกรณ์ และการระบุตัวผู้บงการหากเป็นการโจมตี

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Partially Confirmed – รายงานจากสื่อหลักมีหลักฐานการสอบสวนกัปตันเรือและข้อมูลจากหน่วยงานความมั่นคง แต่ฝ่ายรัสเซียยังปฏิเสธการให้ข้อมูล

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: CNN, Kyiv Post, The Olive Press

    https://www.facebook.com/share/1EEeUmxKRt/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ครม.อนุมัติหลักการแก้กฎหมายธุรกิจต่างด้าว เปิดทางให้ชาวต่างชาติสามารถประกอบธุรกิจบริการบางประเภทในไทยได้โดยไม่ต้องขอใบอนุญาตเพิ่มเติม หวังลดอุปสรรคทางกฎหมาย อำนวยความสะดวกผู้ลงทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย

    การปลดล็อกครั้งนี้ครอบคลุมธุรกิจบริการ 8 ประเภท ตั้งแต่บริการโทรคมนาคม ศูนย์บริหารเงิน บริการบริหารจัดการด้านธุรการ ทรัพยากรบุคคล และเทคโนโลยีสารสนเทศ การค้ำประกันหนี้ภายในประเทศ พื้นที่ติดตั้งเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ทางการเงินและตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ บริการขุดเจาะปิโตรเลียม ไปจนถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนและสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

    มาตรการนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญต่อทุนต่างชาติ เพราะสะท้อนทิศทางของรัฐบาลที่ต้องการทำให้ไทยเป็นฐานการลงทุนที่คล่องตัวมากขึ้น โดยเฉพาะในกิจการที่เกี่ยวข้องกับการเงิน เทคโนโลยี การบริหารจัดการของบริษัทข้ามชาติ และอุตสาหกรรมพลังงาน

    อ่านต่อใน Comment ด้านล่าง

    อ่านต่อที่: https://www.amarintv.com/spotlight/economy/545771

    #ธุรกิจต่างด้าว #การลงทุนต่างชาติ #กฎหมายธุรกิจต่างด้าว #ปลดล็อกธุรกิจ #SPOTLIGHT #Biz1 #เศรษฐกิจ

    https://www.facebook.com/share/1i5xZcXzQe/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “สตาร์เมอร์” ใกล้จุดจบ? พรรคฝ่ายค้านในพรรคตัวเองลุกฮือ กดดัน “สตาร์เมอร์” ลาออก นักวิเคราะห์ชี้โอกาสหลุดเก้าอี้ปีนี้พุ่ง 80% ตลาดผันผวน-พันธบัตรพุ่ง สะท้อนวิกฤตศรัทธารัฐบาลอังกฤษ
    CNBC รายงานว่า วิกฤตการเมืองในสหราชอาณาจักรกำลังทวีความรุนแรง หลังนายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ เผชิญแรงกดดันจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคแรงงานของตนเองอย่างน้อย 77 คน ที่ออกมาเรียกร้องให้ลาออก ท่ามกลางความไม่พอใจต่อภาวะผู้นำและผลงานของรัฐบาล

    แรงกดดันดังกล่าวเกิดขึ้นหลังพรรคแรงงานพ่ายแพ้อย่างหนักในการเลือกตั้งท้องถิ่น สูญเสียการควบคุมสภามากกว่า 30 แห่ง และเสียที่นั่งท้องถิ่นราว 1,500 ที่นั่ง โดยคะแนนเสียงไหลไปยังทั้งพรรคฝ่ายขวาอย่าง Reform UK และพรรคกรีนฝ่ายซ้าย สะท้อนการสูญเสียฐานสนับสนุนในวงกว้าง

    ภายในรัฐบาลเริ่มเกิดรอยร้าวชัดเจน มีการลาออกของรัฐมนตรีช่วยหลายราย ขณะที่บุคคลระดับสูงในพรรคออกมาเรียกร้องให้สตาร์เมอร์กำหนดกรอบเวลาลงจากตำแหน่ง แม้เจ้าตัวยืนยันจะไม่ลาออกและยังไม่มีการเปิดกระบวนการท้าทายผู้นำอย่างเป็นทางการ

    นักวิเคราะห์มองว่า ความพยายามกู้ศรัทธาของสตาร์เมอร์ล้มเหลว หลังสุนทรพจน์ล่าสุดไม่สามารถโน้มน้าว ส.ส. ในพรรคได้ โดย Eurasia Group ประเมินโอกาสที่เขาจะถูกปลดจากตำแหน่งภายในปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 80% ขณะที่โอกาสอยู่ต่อเหลือเพียง 20%

    ปัจจัยพื้นฐานของวิกฤตมาจากความไม่พอใจสะสม ทั้งการควบคุมผู้อพยพผิดกฎหมายที่ล้มเหลว นโยบายสวัสดิการที่ไม่เป็นที่นิยม และภาพลักษณ์รัฐบาลที่ถูกมองว่าอ่อนแอและกลับลำนโยบายบ่อยครั้ง ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของทั้งประชาชนและนักลงทุน

    ความไม่แน่นอนทางการเมืองเริ่มสะท้อนสู่ตลาดการเงินทันที โดยต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลอังกฤษพุ่งสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2008 ขณะที่นักวิเคราะห์เตือนว่า หากมีการเปลี่ยนผู้นำ อาจนำไปสู่การผ่อนคลายนโยบายการคลังและเพิ่มการกู้ยืม ซึ่งเสี่ยงสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจในระยะต่อไป #imctnews รายงาน

    https://www.facebook.com/share/1EM83vhXEA/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ‘อนุทิน’ โต้ คลิปเสียงเปิดด่าน ยืนยัน AI แน่นอน เมินกัมพูชาไม่เจรจาทวิภาคี ย้ำ แนวทางไทยยกเลิก MOU44 ใช้กลไก UNCLOS เขมรรับทราบแล้ว หวัง ปล่อยตัวคนไทย มอง ปชช.ไม่เกี่ยว เปรียบหากคนเขมรเข้ามาไม่ทำผิดกฎหมาย ไทยก็ส่งกลับ ย้ำ สร้างรั้วให้งบกองทัพดำเนินการแล้ว

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีอินฟลูเอ็นเซอร์กัมพูชา เผยแพร่คลิปเสียงทางโซเชียลมีเดียฝั่งในลักษณะว่านายกฯ ไทยจะเปิดด่าน ว่า อันนั้นเป็น AI ชัด ๆ อยู่แล้ว ตนเองพูดไม่เก่งแบบนั้น ขออย่าไปเชื่อเลย ก่อนจะตั้งคำถามว่าเหตุใดวิธีการจึงเริ่มไม่เข้าท่ามากขึ้นทุกวัน อันนั้นเชื่อถือไม่ได้เลย ไม่เคยพูด ยืนยันไม่มีเปิดด่านแน่นอน

    ขณะที่เมื่อวานนี้ (12พ.ค.69) นายฮุน เซน ประธานวุฒิสภา กัมพูชา สั่งห้ามเจรจาทวิภาคี หลังไทยยกเลิก MOU44 นายอนุทิน กล่าวว่า การยกเลิก MOU44 ฝ่ายไทยเป็นฝ่ายยกเลิกโดยไม่ต้องขอความตกลงหรือต้องไปรายงานใคร และครั้งที่ตนไปร่วมประชุมอาเซียน ณ กรุงเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งมีการจัดให้พบกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ตนเองก็ได้แจ้งให้ทางนายกฯ กัมพูชาแล้ว ซึ่งทางกัมพูชารับทราบแล้ว และแสดงความผิดหวัง แต่นั้นก็เป็นท่าทีของกัมพูชา และในที่ประชุมก็ยังได้ยกเรื่องนี้ขึ้ามาในถ้อนแถลงของนายกฯ กัมพูชา พร้อมยืนยันว่าจะใช้กลไก การบังคับให้มีการประนอมข้อพิพาทก่อนเข้าสู่กระบวนการอื่น (Compulsory Conciliation) ถือว่าเป็นการรู้กันแล้วว่า นั้นคือท่าทีฝ่ายกัมพูชา ส่วนท่าทีฝ่ายไทยก็ใช้กระบวนการตาม UNCLOS และจะเจรจาในรูปแบบไหน ก็ยังไม่ได้ตั้งรูปแบบขึ้นมา เพราะประเทศไทยไม่ได้เดือดร้อนอะไร

    นายอนุทิน ยังกล่าวถึง ความคืบหน้ากรช่วยเหลือคนไทย ที่ถูกทหารกัมพูชาจับกุมหลังเข้าไปหาของป่า บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่คาดว่าจะขึ้นศาลกัมพูชาในวันนี้ ว่า ก็มีการประสาน ซึ่งในอดีตที่ผ่านมามีการลอบข้ามแดนเข้ามาโดยไม่ได้ตั้งใจของประชาชนขาวกัมพูชา ทั้งเส้นทางธรรมชาติ ชาวประมง ก็มีการประสานกัน หากดูแล้วไม่ได้เข้ามาเพื่อโจรกรรม หรือทำสิ่งใดที่กระทบกับความมั่นคงของไทย เราก็จะส่งตัวกลับไป จึงหวังว่าถ้าคนของเราไม่ได้ไปกระทำผิดกฎหมายของเขา ส่วนที่คุยกันได้ก็คุยกัน อย่างที่บอกว่าประชาชนไม่เกี่ยว เรื่องนี้เป็นเรื่องของรัฐบาลกับรัฐบาลที่มีความเห็นไม่ตรงกัน ไม่เกี่ยวข้องกับประชาชน

    ส่วนความคืบหน้าในการก่อสร้างรั้วตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากที่คนไทยถูกจับกุมตัวไปนั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เรื่องกำแพงชายแดนไม่ต้องถามรัฐบาล กองทัพได้รับการจัดสรรและตั้งงบประมาณเรียบร้อยแล้ว ซึ่งรัฐบาลได้เห็นชอบและอนุมัติไปแล้ว ดังนั้นขั้นตอนการก่อสร้าง และรูปแบบต้องไปถามกองทัพ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็มีหน่วยงานความมั่นคงรับผิดชอบ บางที่เป็นของกองทัพบก ของกองทัพเรือ และกองบัญชาการทหารสูงสุด

    https://www.facebook.com/share/18M3oBLPat/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์งัดไม้เด็ด!USคิดเปลี่ยนชื่อภารกิจโจมตีอิหร่าน 'มหากาพย์โกธา' เป็น'ปฏิบัติการค้อนทุบ' ถ้าข้อตกลงหยุดยิงพังครืน

    https://www.facebook.com/share/1BhvJP1XsW/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อิหร่านเปลี่ยนยุทธวิธีจากปิดตายสู่การควบคุมการเข้า-ออกช่องแคบฮอร์มุซอย่างเบ็ดเสร็จ หลังบรรลุข้อตกลงลับกับอิรักและปากีสถาน

    อิหร่านคุมเบ็ดเสร็จช่องแคบฮอร์มุซ! อิรัก-ปากีสถานยอมรับเงื่อนไขแลกเส้นทางลำเลียงพลังงาน

    มีรายงานว่าทางการอิหร่านภายใต้การนำของ Mojtaba Khamenei เริ่มเปลี่ยนยุทธศาสตร์ในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซจากการปิดกั้นเส้นทางเดินเรือโดยสมบูรณ์ มาเป็นการใช้อำนาจเหนือเส้นทางน้ำผ่านหน่วยงาน "Persian Gulf Strait Authority" (PGSA) ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ โดยล่าสุดอิรักและปากีสถานได้กลายเป็นสองประเทศแรกที่บรรลุข้อตกลงพิเศษกับเตหะราน เพื่อแลกกับการอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) สามารถแล่นผ่านจุดยุทธศาสตร์นี้ได้ภายใต้การกำกับดูแลของกองทัพเรืออิหร่าน

    แหล่งข่าวระบุว่าอิรักสามารถส่งเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่ (VLCC) จำนวน 2 ลำผ่านช่องแคบได้สำเร็จหลังส่งมอบข้อมูลรายละเอียดเรือและจุดหมายปลายทางให้ทางการอิหร่านตรวจสอบอย่างละเอียด ขณะที่ปากีสถานซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ก็บรรลุข้อตกลงนำเข้า LNG จากกาตาร์ผ่านเส้นทางเดินเรือตอนเหนือที่อิหร่านให้การรับรอง โดยเรือบรรทุกก๊าซ 'Mihzem' และ 'Al Kharaitiyat' ได้เดินทางถึงจุดหมายแล้ว ท่ามกลางวิกฤตพลังงานในปากีสถานที่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงฤดูร้อน

    สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงอำนาจต่อรองของอิหร่านที่เพิ่มสูงขึ้นหลังเผชิญการโจมตีจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อต้นปี 2026 โดยนักวิเคราะห์มองว่าการที่ประเทศต่างๆ ยอมตัดข้อตกลงแยกส่วน (Bilateral Deals) กับอิหร่าน อาจเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่ยอมรับสิทธิการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านอย่างถาวร ซึ่งท้าทายต่อนโยบาย "Project Freedom" ของประธานาธิบดี Donald Trump ที่พยายามจะเปิดเส้นทางเดินเรือเสรีด้วยกำลังทหาร

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: อิหร่านจัดตั้งหน่วยงาน PGSA เพื่อควบคุมการเดินเรือ, เรือบรรทุก LNG จากกาตาร์ 2 ลำเดินทางถึงปากีสถานผ่านการอนุมัติจากอิหร่าน, อิรักส่งเรือน้ำมันผ่านช่องแคบได้สำเร็จ
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: รายละเอียดการเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง (Tolls) ที่มีรายงานว่าอาจสูงถึง 1-2 ล้านดอลลาร์ต่อลำ, รายชื่อประเทศอื่นๆ ที่กำลังเจรจาลับกับอิหร่าน
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: การอ้างว่ากองทัพเรืออิหร่านถูกทำลายเกือบทั้งหมดตามถ้อยแถลงของทำเนียบขาว

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – รายงานจาก Reuters และข้อมูลดาวเทียมเดินเรือ (LSEG/Kpler) ยืนยันการเคลื่อนที่ของเรือตามข้อตกลงจริง

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: Reuters, Marine Link, Wikipedia (2026 Crisis Archive)

    https://www.facebook.com/share/1JKk4XW1Aq/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ปฏิบัติการลับกลางตะวันออกกลางสั่นคลอนเสถียรภาพโลก หลังมีรายงานการโจมตีโต้กลับจากซาอุดีอาระเบียต่ออิหร่านถูกเปิดเผย
    รอยเตอร์เปิดโปงซาอุดีอาระเบียส่งฝูงบินถล่มอิหร่านทางลับช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สวนทางท่าทีประณามความรุนแรงบนเวทีสหประชาชาติ

    สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างแหล่งข่าวกรองระดับสูงระบุว่า กองทัพซาอุดีอาระเบียภายใต้การนำของมกุฎราชกุมาร Mohammed bin Salman ได้ดำเนินมาตรการตอบโต้ทางทหารเชิงรุกต่อพื้นที่ยุทธศาสตร์ในอิหร่านอย่างลับๆ ในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2026 เพื่อตอบโต้เหตุโดรนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและกรุงริยาดก่อนหน้านี้ โดยปฏิบัติการดังกล่าวไม่เคยมีการประกาศหรือยอมรับอย่างเป็นทางการจากทั้งสองฝ่ายมาก่อน

    รายงานระบุว่าในช่วงเวลาเดียวกับที่เกิดการโจมตีทางอากาศ รัฐบาลริยาดยังคงเดินหน้ากดดันผ่านช่องทางทางการทูตในที่ประชุมสหประชาชาติ โดยเรียกร้องให้ประชาคมโลกดำเนินมาตรการต่อต้านอิหร่านผ่าน "ช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย" ท่าทีแบบสองทางนี้สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้านความมั่นคงที่รุนแรงขึ้นเพื่อปกป้องทรัพยากรหลักของประเทศ ท่ามกลางภาวะสงครามเงาที่ขยายตัว

    ขณะนี้ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากทางเตหะรานภายใต้การนำของ Mojtaba Khamenei หรือทางริยาดเกี่ยวกับรายงานชิ้นนี้ นักวิเคราะห์มองว่าความพยายามปกปิดข้อมูลของทั้งสองฝ่ายอาจเป็นไปเพื่อควบคุมไม่ให้สถานการณ์ลุกลามจนกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบในภูมิภาค ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: มีการยื่นประท้วงอิหร่านโดยซาอุดีอาระเบียในเวทีสหประชาชาติในช่วงเวลาดังกล่าวจริง
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: พิกัดที่ชัดเจนและระดับความเสียหายของพื้นที่เป้าหมายภายในอิหร่านจากการโจมตีโต้กลับ
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: จำนวนผู้เสียชีวิตหรือความสูญเสียทางยุทธโธปกรณ์ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงกลาโหมทั้งสองประเทศ

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Partially Confirmed – มีรายงานเชิงลึกจากสำนักข่าวรอยเตอร์ (Tier 1) เพียงแหล่งเดียวในขณะนี้ พร้อมข้อมูลบริบทที่สอดคล้องกับสถานการณ์จริง

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: Reuters

    https://www.facebook.com/share/p/17qtCqUZJU/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ เตือนอิหร่านยังคงขีดความสามารถด้านขีปนาวุธในระดับสูง สวนทางคำกล่าวอ้างของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

    สหรัฐฯ เผยรายงานลับชี้ "อิหร่าน" ฟื้นตัวจากสงครามรวดเร็ว ขีปนาวุธพร้อมใช้งานกว่า 70% แม้ถูกโจมตีหนัก

    รายงานจากหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ (U.S. Intelligence) ที่หลุดออกมาล่าสุดระบุว่า กองทัพอิหร่านภายใต้การนำของผู้นำสูงสุดคนใหม่ โมจตาบา คาเมเนอี สามารถฟื้นฟูฐานยิงขีปนาวุธสำคัญ 30 แห่งจากทั้งหมด 33 แห่งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ซึ่งขัดแย้งโดยสิ้นเชิงกับคำแถลงของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุว่าขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านถูกทำลายไปเกือบทั้งหมดแล้วหลังการบุกโจมตีในช่วงต้นปีที่ผ่านมา

    ข้อมูลจากการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมและแหล่งข่าวกรองภาคพื้นดินชี้ให้เห็นว่า อิหร่านยังคงรักษาคลังแสงขีปนาวุธไว้ได้ถึง 70% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเริ่มสงครามปี 2026 ขณะที่เพนตากอนแสดงความกังวลว่าความเร็วในการฟื้นตัวนี้อาจเกิดจากเทคโนโลยีการก่อสร้างฐานยิงใต้ดินที่ซับซ้อน ซึ่งรอดพ้นจากการทำลายล้างของขีปนาวุธนำวิถีจากกองทัพสหรัฐฯ และอิสราเอลในระลอกแรก

    อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในขณะนี้ยังคงตึงเครียดเนื่องจากผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านมีท่าทีแข็งกร้าว โดยปฏิเสธข้อเสนอถอนกำลังและขู่ว่าจะใช้ "กำปั้นเหล็ก" หากสหรัฐฯ ยังไม่ยุติการปิดล้อมทางทะเล ในขณะที่ทำเนียบขาวยังคงยืนยันเดินหน้ากดดันทางทหารเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองในกรุงเตหะรานอย่างสมบูรณ์

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: การเสียชีวิตของอาลี คาเมเนอี และการขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของโมจตาบา คาเมเนอี ในเดือนมีนาคม 2026
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: รายงานความเสียหายที่แท้จริงของฐานยิงขีปนาวุธ 30 แห่งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: การสนับสนุนเทคโนโลยีสร้างฐานยิงใต้ดินจากพันธมิตรต่างชาติในช่วงระหว่างสงคราม

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – สื่อหลักระดับโลก (The New York Times, The Guardian) รายงานข้อมูลตรงกันเกี่ยวกับรายงานข่าวกรองลับของสหรัฐฯ

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: The New York Times, BBC News

    https://www.facebook.com/share/p/1Dn1jdkRvF/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    งบประมาณสงครามพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในขณะที่ความตึงเครียดในภูมิภาคยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลง

    สหรัฐฯ เผยงบสงครามอิหร่านพุ่งแตะ 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังการสู้รบยืดเยื้อกว่า 3 เดือน

    กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน เปิดเผยตัวเลขประเมินล่าสุดของค่าใช้จ่ายในปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน (Operation Epic Fury) โดยระบุว่าขณะนี้รัฐบาลใช้จ่ายงบประมาณไปแล้วเกือบ 29,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.05 ล้านล้านบาท) ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์จากการประเมินเมื่อช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากสภาคองเกรสเกี่ยวกับความคุ้มค่าและยุทธศาสตร์ระยะยาว

    นาย Pete Hegseth รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดี Donald Trump ต้องเผชิญกับการซักถามอย่างหนักจากคณะกรรมาธิการด้านอาวุธของสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะประเด็นเรื่องงบประมาณส่วนใหญ่ที่หมดไปกับขีปนาวุธและการซ่อมบำรุงยุทโธปกรณ์ หลังจากมีรายงานว่าสหรัฐฯ สูญเสียโดรน MQ-9 Reaper ไปแล้วอย่างน้อย 24 ลำ นับตั้งแต่เริ่มการโจมตีเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026

    ด้านสถานการณ์ในพื้นที่ แม้จะมีการประกาศข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวผ่านการเจรจาในปากีสถาน แต่มีรายงานว่ากองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านยังคงดำเนินการซ้อมรบในกรุงเตหะรานและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทำเนียบขาวเตรียมยื่นขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมต่อสภาคองเกรส หากการประเมินความเสียหายจากการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซและโครงสร้างพื้นฐานทางการทหารในตะวันออกกลางเสร็จสิ้นสมบูรณ์

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: งบประมาณทางการทหารของสหรัฐฯ ในสงครามอิหร่านพุ่งแตะ 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นข้อมูลจากเพนตากอน ณ วันที่ 12 พฤษภาคม 2026
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: การประเมินงบประมาณคู่ขนานจากเจ้าหน้าที่บางส่วนที่ระบุว่าค่าใช้จ่ายจริงอาจสูงถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์ หากนับรวมการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานฐานทัพ
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: รายงานความสูญเสียด้านกำลังพลของอิหร่านที่แน่ชัดจากปฏิบัติการทางอากาศของสหรัฐฯ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – รายงานตรงกันจากสำนักข่าวหลักและแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในเพนตากอน

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: Arab News, Al-Monitor, Asharq Al-Awsat
    https://www.facebook.com/share/p/1biJugJWb4/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    UPDATE: MSCI ปรับพอร์ตลดน้ำหนักหุ้นไทย เงินทุนอาจไหลออก 6-7 พันล้านบาท แต่ SET พุ่ง 35 จุด หลัง DELTA พุ่งทำ All time high อีกครั้ง

    หุ้นไทยถูกปรับลดน้ำหนักหลัง MSCI ปรับพอร์ตรอบเดือนพฤษภาคม 2569 นักวิเคราะห์คาดเงินทุนไหลออก 6-7 พันล้านบาท แต่ดัชนี SET ล่าสุดพุ่งขึ้น 30 จุด จากแรงหนุนของหุ้น DELTA ที่มีมาร์เก็ตแคปมากสุดของไทย ซึ่งถูกปรับเพิ่มน้ำหนักในดัชนี MSCI

    MSCI ผู้จัดทำดัชนีอ้างอิงมาตรฐานระดับโลกที่จัดทำโดยบริษัท MSCI Inc. ประกาศทบทวนรายชื่อหุ้นและปรับน้ำหนักการลงทุนของดัชนี MSCI รอบล่าสุด (12 พฤษภาคม) มีผลบังคับ ใช้ ณ ราคาปิดของวันที่ 29 พฤษภาคม 2569

    ณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ กล่าวว่า รอบนี้มีหุ้นไทยที่ถูกลดน้ำหนักหลายตัว เมื่อหักล้างกับหุ้นที่ถูกเพิ่มน้ำหนัก คาดว่าจะเห็นเงินทุน (Fund flow) ไหลออกอยู่ที่ประมาณ 6-7 พันล้านบาท เนื่องจากหุ้นไทย Underperform ตลาดหุ้นหลักๆ ในตลาดเกิดใหม่ (Emerging market) อย่างเกาหลีใต้และไต้หวันค่อนข้างมาก

    เม็ดเงิน 6-7 พันล้านบาท อิงจาก Passive fund ที่จะต้องปรับพอร์ตในช่วงนี้ไปจนถึงวันสุดท้ายคือ 29 พฤษภาคมนี้ ก่อนจะมีผลตั้งแต่เดือนมิถุนายน โดยน้ำหนักของหุ้นไทย ณ วันที่ 11 พฤษภาคม อยู่ที่ราว 1% หรือต่ำกว่าเล็กน้อย หลังจากการปรับน้ำหนักรอบนี้ น้ำหนักของหุ้นไทยจะลดลงไปต่ำกว่านั้น

    สำหรับหุ้นไทยที่ถูกคัดเข้า GLOBAL SMALL CAP มี 2 บริษัท คือ MRDIYT และ TFG โดยบล.เอเซียพลัส ระบุว่า การถูกนำเข้าคำนวณในดัชนีมักจะเป็นปัจจัยบวกระยะสั้น เนื่องจากจะมีเม็ดเงินจากกองทุนประเภท Passive Fund ที่ลงทุนอิงตามดัชนี MSCI ต้องเข้ามาไล่ซื้อหุ้นเพื่อปรับพอร์ตให้สอดคล้องกับดัชนี ส่วนหุ้นที่ ถูกคัดออกมี 1 บริษัทคือ TOA ซึ่งอาจเผชิญแรงขายทำกำไรหรือการปรับพอร์ตจากกองทุนต่างชาติในช่วงก่อนวันที่ดัชนีจะมีผลบังคับใช้

    แม้ในแง่ของจำนวนหุ้นเข้าออกอาจจะดูไม่มีผลกระทบต่อภาพรวมมากนัก แต่ความท้าทายอีกส่วนหนึ่งคือ สัดส่วนน้ำหนักของตลาดหุ้นไทยที่มีแนวโน้มจะถูกกดดัน สาเหตุหลักไม่ได้มาจากปัจจัยพื้นฐาน แต่เกิดจากการ เติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดหุ้นคู่แข่งในภูมิภาคในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา อาทิ ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ +38%, ตลาดหุ้นไต้หวัน +30% และตลาดหุ้นจีน +5%

    หากพิจารณาโครงสร้างของดัชนี MSCI EMERGING MARKET จะพบว่า 3 ประเทศดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนรวมกันสูงถึง 66% ของดัชนีทั้งหมด จึงบังคับให้ประเทศที่มีสัดส่วนใหญ่เหล่านี้มีน้ำหนักในดัชนีเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ประเทศที่มีขนาดเล็กกว่าและผลตอบแทนในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้โดดเด่นเท่า อาทิ ตลาดหุ้นไทยจำเป็นต้องถูกเบียดและปรับลดน้ำหนักลงโดยปริยาย

    อย่างไรก็ตาม ดัชนี SET ของหุ้นไทยหลังเปิดตลาดเช้านี้ (13 พฤษภาคม) พุ่งขึ้นแตะ 1,521 จุด ณ เวลา 11.00 น. เพิ่มขึ้น 37 จุด จากวันทำการก่อนหน้า

    สรพล วีระเมธีกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน บล.กสิกรไทย เปิดเผยว่า หุ้นไทยที่ปรับตัวขึ้นแรงเช้านี้เป็นเพราะแรงเก็งกำไรในหุ้น DELTA และ TRUE ที่ถูกเพิ่มน้ำหนักในดัชนี MSCI ถือเป็นเซอร์ไพรส์ในทางบวกจากเดิมที่ถูกคาดการณ์ว่าอาจถูกปรับลดน้ำหนัก

    โดยราคาหุ้น DELTA พุ่งขึ้นแตะ 330 บาท ถือเป็นการทำสถิติสูงสุดใหม่ (All time high) ใหม่อีกครั้ง การปรับขึ้นของหุ้น DELTA และ TRUE มีส่วนช่วยดันดัชนีในวันนี้รวมกันราว 27 จุด

    #TheStandardWealth
    https://www.facebook.com/share/p/1H6o71A2tq/
     

แชร์หน้านี้

Loading...