เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 22 พฤษภาคม 2026 at 20:47.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,386
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,124
    ค่าพลัง:
    +26,922
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,386
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,124
    ค่าพลัง:
    +26,922
    วันนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ ๒๒ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เป็นการบันทึกเสียงรอบที่ ๒ ของวันนี้ เนื่องเพราะว่าการบันทึกเสียงรอบแรกนั้น ทันทีที่พูดจบ เครื่องก็ดับลงเหมือนกับแบตเตอรี่หมด แต่เมื่อพยายามกดเปิดเครื่องขึ้นมาใหม่ ปรากฏว่ายังมีแบตเตอรี่อยู่ถึง ๗๘ เปอร์เซ็นต์..! แล้วเมื่อครู่นี้ก็มีการดับเครื่องเองอีกต่างหาก ทำให้ "เสบียงบุญ" ที่สะสมมาเกือบ ๔๐ ชั่วโมงหายวับไปกับตา เมื่อวันก่อนก็หายไป ๓๐ กว่าชั่วโมง..!

    สรุปว่าระยะนี้จะโดนก่อกวนมากเป็นพิเศษ เนื่องเพราะว่ากำลังสร้างกุศลใหญ่ ด้วยการเป็นเจ้าภาพจัดงานอบรมพระวิปัสสนาจารย์ ประจำสำนักปฏิบัติธรรมในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑๔ การที่กล่าวถึงแนวทางในการปฏิบัติธรรมของวันนี้ ในการบันทึกเสียงรอบแรกนั้น เนื่องเพราะว่ากล่าวให้กับพระทั้งหลายได้ฟัง ไม่มีข้อห้ามในข้อที่ว่า "อวดอุตริมนุสสธรรมต่ออนุปสัมบัน" คือผู้ที่มีศีลน้อยกว่า จึงปล่อยเสียเต็มที่ อาจจะเป็นไปได้ว่า "ผู้หวังดี" ไม่อยากให้ญาติโยมได้ฟัง เพราะเกรงว่าจะเลื่อมใสมากขึ้น หลุดพ้นมือของเขาได้มากขึ้น จึงตัดเสียดื้อ ๆ แบบนี้..!

    เรื่องพวกนี้ถ้าหากว่าท่านทั้งหลายปฏิบัติธรรมไปเรื่อย ก็อาจจะเจอเข้ากับตัวเองจนได้ ส่วนกระผม/อาตมภาพนั้นเจอมาจนชินแล้ว บางทีก็รู้สึกรำคาญเหมือนกันว่า ทดสอบเท่าไรก็กวนน้ำให้ขุ่นไม่ได้ แล้วเอ็งยังจะทดสอบไปทำส้น..อะไร ? แต่ก็ยังคงโดนทดสอบอยู่ดี เนื่องเพราะว่าเขาก็ทำหน้าที่ของเขา..!

    กระผม/อาตมภาพจึงได้เตือนหลายท่านไปว่า เรื่องของมารที่มาขวางการทำความดีของเรานั้น "มารไม่ใช่ศัตรู แต่เป็นครูที่ดีที่สุด" เราเผลอเมื่อไร เขาก็ทดสอบเราทันที แล้วแนวทางทดสอบนั้นก็มาแค่ ๔ หัวข้อ คือ รัก โลภ โกรธ หลง เท่านั้น แต่ว่าเขาสามารถที่จะออกข้อสอบเป็นข้อย่อยมาได้เป็นล้าน ๆ ข้อ..! อะไรที่เราสามารถต่อสู้ผ่านได้แล้ว อย่าหวังเลยว่าเขาจะมาอีก เนื่องเพราะเขารู้ว่ามาก็เสียเวลาเปล่า แต่จะออกไปในแนวทางอื่นแทน


    มีอยู่วันหนึ่ง ขณะที่กำลังเดินทางเข้าไปรับสังฆทานที่ "บ้านวิริยบารมี" เจ้าเพื่อนรักเพื่อนเกลอแกมานั่งอยู่ข้าง ๆ เนื่องเพราะว่ากระผม/อาตมภาพเวลาเดินทาง ก็จะนั่งเบาะกลางของรถยนต์ เจ้านั่นมานั่งแล้วก็บ่นว่า "เห็นใจท่านจริง ๆ ครับ ไม่ว่าท่านจะสั่งจะสอนลูกศิษย์ไปสักเท่าไรก็ไม่มีประโยชน์ เพราะว่าผมเองมักจะครอบซ้ำไปอีกหลายชั้นแล้ว..!"
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,386
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,124
    ค่าพลัง:
    +26,922
    กระผม/อาตมภาพจึงได้ถามว่า "แกครอบแบบไหน ?" เขาก็ยกมือขึ้นมาให้ดู ถามว่า "นี่คืออะไร ?" จึงได้ตอบไปว่า "มือ" เขาก็ยื่นหน้ามือมาให้ บอกว่า "นี่คือหน้ามือ นี่คือหลังมือ นี่คือฝ่ามือ นี่คือนิ้วมือ นี่คือนิ้วโป้ง นี่คือนิ้วชี้ นี่คือนิ้วกลาง นี่คือนิ้วนาง นี่คือนิ้วก้อย

    นี่คือนิ้วโป้งข้อที่ ๑ นี่คือนิ้วโป้งข้อที่ ๒ เล็บหัวนิ้วโป้ง นี่คือนิ้วชี้ข้อที่ ๑ นี่คือนิ้วชี้ข้อที่ ๒ นี่คือนิ้วชี้ข้อที่ ๓ นี่คือเล็บนิ้วชี้ ฯลฯ"


    สิ่งทั้งหลายเหล่านี้กว่าจะกล่าวให้จบ เฉพาะมืออย่างเดียวก็สมมติซ้อนสมมติไปจนนับไม่ถ้วนแล้ว "เพื่อนรัก" เขาบอกว่า "ต่อให้ท่านสอนให้ตาย ลูกศิษย์ของท่านก็มีปัญญาไม่ทันผมหรอก เพราะว่าผมครอบซ้ำไปชั้นแล้วชั้นเล่า ถ้าหากว่าสมาธิไม่แก่กล้า ปัญญาไม่แหลมคม ไม่มีทางที่จะแทงทะลุได้ตลอด โดยเฉพาะเครื่องใช้ไม้สอยยุคใหม่ ๆ นี้เป็นฝีมือของผมทั้งนั้น..!"

    จึงได้ถามไปว่า "ทำไมแกพูดเสียเต็มปากเต็มคำอย่างนั้น ไม่ใช่แต่ละบริษัทเขาคิดออกมาหรือ ?" เขาก็บอกว่า "ท่านลองคิดดูสิว่า เครื่องมือเหล่านี้เอาไปทำอะไรบ้าง ? สมมติว่าท่านเข้ากลุ่มไลน์หรือว่าเฟซบุ๊ก เมื่อถึงเวลาท่านก็จะต้องมีชื่อผู้ใช้ หรือเรียกว่ายูสเซอร์เนม นั่นก็คือตัวตนของท่านอีกตัวตนหนึ่ง และเป็นตัวตนเสมือนจริงเสียด้วย เพราะว่าถ้าไปยึดก็คือตัวท่านเอง

    ถึงเวลาถ้าอัพสเตตัสขึ้นไป คนมากดไลค์ ท่านก็ชอบอกชอบใจ กลายเป็นราคะ ถ้าหากว่าเขาไม่มากดไลค์ ท่านก็รู้สึกไม่ชอบใจก็เป็นโทสะ โดนผมเล่นทั้งขึ้นทั้งล่อง แล้วถ้าหากว่าท่านมีหลาย ๆ ยูสเซอร์เนมก็เท่ากับว่ามีหลายตัวตนสมมติ ก็ยิ่งเป็นการยึดติดมากขึ้นไปทุกที แล้วอย่างนี้ ลูกศิษย์ของท่านจะมีปัญญามาทำให้ตนเองหลุดพ้นได้หรือ ?!"


    กระผม/อาตมภาพพิจารณาแล้ว ก็เห็นจริงตามที่เขาได้บอกมา เนื่องเพราะว่า
    ทุกอย่างในโลกนี้ล้วนแล้วแต่ชวนให้เราพอใจ หรือไม่พอใจทั้งสิ้น พอใจก็เป็นราคะกับโลภะ ก็คือยินดีจึงอยากมีอยากได้ ไม่พอใจก็เป็นโทสะกับโมหะ ก็คือไม่ยินดีไม่พอใจ จึงไปผลักไสเกลียดชัง เหล่านี้เป็นต้น

    เรื่องพวกนี้จะว่าไปแล้วก็เป็นเรื่องปกติ เพียงแต่เราต้องแยกแยะให้ออก ไม่ใช่ว่ารู้ความจริงแล้วก็ไปโกรธเคืองแค้นกันไม่รู้จบ เนื่องเพราะว่า
    "ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนเอง" มารมีหน้าที่ในการขวางไม่ให้เราเข้าถึงความดี เขาก็ต้องทำหน้าที่ในการขวางของเขาไป เรามีหน้าที่ในการฟันฝ่าเพื่อให้หลุดพ้น เราก็ต้องฟันฝ่าเพื่อความหลุดพ้นของเราไป ต่างคนต่างทำหน้าที่ของกันและกัน
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,386
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,124
    ค่าพลัง:
    +26,922
    เขามาทดสอบเรา เขาก็เปรียบเหมือนกับครู ถ้าเราผ่านข้อสอบได้ ก็เท่ากับว่าเราสอบผ่านในการทดสอบครั้งนั้น ๆ ถ้าสอบไม่ผ่าน แปลว่าความรู้ความสามารถเรายังไม่เพียงพอ ก็ต้องฝึกฝนขัดเกลาตนเองให้ดีงามยิ่ง ๆ ขึ้นไป เพื่อถึงเวลาพบข้อสอบครั้งใหม่ เราจะได้มีความหวังว่าจะสอบผ่านอีก

    ถ้าต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนแบบนี้ ไม่เอารัก โลภ โกรธ หลง เข้าไปเจือปน ท่านทั้งหลายก็มีโอกาสที่จะก้าวข้ามอุปสรรคต่าง ๆ ที่เขามาทดสอบ ถ้าลักษณะนั้น ท่านก็จะเห็นว่า "มารไม่ใช่ศัตรู หากแต่ว่าเป็นครูที่ดีที่สุด" เพียงแต่ว่าครูท่านนี้นั้นทดสอบเราในทุกเวลา ทุกนาที ทุกวินาที ที่มีโอกาส


    แม้แต่กระผม/อาตมภาพ ทุกวันนี้ก็ยังโดนทดสอบอยู่เสมอ แล้วก็ปรารภกับคนรอบข้างว่า "ทดสอบไปก็ไม่มีประโยชน์ มันก็ยังอุตส่าห์ทดสอบอีก" แล้วก็มาลงตรงจุดที่ว่า "เขาทำหน้าที่ของเขา เราทำหน้าที่ของเรา"

    ดังนั้น..การที่วันนี้อยู่ ๆ บันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนสูญหายไปเฉย ๆ ก็ดี "เสบียงบุญ" ที่สะสมมา ๓๐ กว่า ๔๐ ชั่วโมงสูญหายไปเฉย ๆ ก็ตาม ถ้าท่านทั้งหลายไม่ไปสนใจ เริ่มต้นนับ ๑ ใหม่ทันที อย่างที่กระผม/อาตมภาพเคยยกตัวอย่างว่า
    มีบุคคลสองคนออกเดินทางมาแล้วหกล้มพร้อมกัน คนหนึ่งมัวแต่ไปคร่ำครวญว่าเจ็บเหลือเกิน ปวดเหลือเกิน เดินมาได้ตั้งไกลแล้ว ไม่น่าหกล้มเลย ขณะที่อีกคนหนึ่ง ลุกได้ก็เดินต่อไปเลย ไม่มาเสียดายคร่ำครวญกับเรื่องที่เกิดขึ้น ทั้งสองคนนี้ ใครที่มีโอกาสจะเข้าถึงจุดหมายปลายทางได้เร็วกว่ากัน ?

    ก็ต้องบุคคลที่หกล้มแล้วลุกเดินทางต่อไปเลยเท่านั้น ถ้ามัวแต่ไปคร่ำครวญเสียดายกับสิ่งที่ผ่านไปแล้วก็ไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้นมา
    ยิ่งจิตใจเศร้าหมองนานเท่าไร เราก็ยิ่งตกอยู่ในเงื้อมมือมารนานเท่านั้น..!

    จึงเป็นเรื่องที่เราท่านทั้งหลายจะต้องพยายามฝึกฝนสติ สมาธิ และปัญญาของเราให้มากเข้าไว้ เมื่อถึงเวลาเผชิญกับข้อสอบเมื่อไร จะได้มีสติรู้เท่าทัน จะได้มีสมาธิและปัญญา ในการฝ่าฟันก้าวข้ามไปให้จงได้ ถ้าหากว่าอยู่ในลักษณะนี้ ก็เท่ากับว่า "เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด" ส่วนดีแค่ไหนนั้นก็แล้วแต่ความรู้ความสามารถของแต่ละคน ไม่มาเสียดายคร่ำครวญกับเรื่องที่ผ่านไปแล้ว ขณะเดียวกันก็ไม่ไปฟุ้งซ่านกับเรื่องที่ยังมาไม่ถึง พูดง่าย ๆ ว่า "วางทั้งอดีต วางทั้งอนาคต เอาแต่ปัจจุบันนี้เป็นหลักเท่านั้น" ท่านทั้งหลายจึงมีโอกาสที่จะก้าวข้ามข้อสอบของมาร และมีโอกาสที่จะหลุดพ้นได้..!

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันศุกร์ที่ ๒๒ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...